Last Updated on 07 Jul 2026

Thailand is becoming an ageing society — how are communities preparing for this transition?


ระหว่างวันที่ 8–10 มิถุนายน 2569 นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) พร้อมคณะ ได้ร่วมลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และลำปาง เพื่อตรวจเยี่ยมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานของโรงเรียนนวัตกรรมการจัดการสถานพยาบาล คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานพยาบาล ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเรียนรู้แนวทางการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ตลอดจนนวัตกรรมการจัดบริการสุขภาพในระดับพื้นที่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย โดยเฉพาะการสร้างกลไกการดูแลแบบบูรณาการ (Integrated Care) และระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care) ที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพ การดูแลทางสังคม และการมีส่วนร่วมของชุมชนเข้าด้วยกัน แม้แต่ละพื้นที่จะมีบริบทและสัดส่วนผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน แต่ต่างเผชิญโจทย์ร่วมในการเตรียมพร้อมรองรับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น
 


ความร่วมมือคือหัวใจของการดูแลผู้สูงอายุ
บทเรียนสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนคือ การพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดจากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่อาศัยการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยบริการสุขภาพ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และคนในชุมชน ที่ร่วมกันออกแบบระบบให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ตนเอง โดยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดขององค์กรท้องถิ่นในหลายระดับ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนเกิดขึ้นได้จริง
  


นวัตกรรมที่เริ่มจากชุมชน
อีกบทเรียนหนึ่งคือ นวัตกรรมทางสังคมที่ประสบความสำเร็จมักไม่ได้เริ่มจากงบประมาณจำนวนมาก หากเริ่มจากการที่คนในพื้นที่มองเห็นปัญหาร่วมกัน แล้วระดมทรัพยากรและความร่วมมือภายในชุมชน ทั้งการสร้างเครือข่ายอาสาสมัคร การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแล และการต่อยอดสู่รูปแบบที่ยั่งยืนขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเห็นการนำเทคโนโลยีและการออกแบบบริการใหม่ ๆ มาช่วยเชื่อมการดูแลจากสถานพยาบาลสู่ชุมชนและบ้าน รวมถึงการลดข้อจำกัดในการเดินทางเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง
ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ยังสะท้อนมุมมองว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงภาระ แต่เป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และบริการรูปแบบใหม่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาททางสังคมและคุณค่าในตนเอง สอดคล้องกับแนวคิด Active Ageing ทั้งนี้ การลงพื้นที่ยังย้ำเตือนว่าการดูแลผู้สูงอายุไม่ได้มีเพียงมิติด้านสุขภาพกายและความปลอดภัย แต่ครอบคลุมถึงมิติด้านจิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม และความหมายของการมีชีวิตอยู่ด้วย

จากบทเรียนสู่งานวิจัยและนโยบาย
ในการแลกเปลี่ยน คณะของมูลนิธิฯ โดย นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ได้ร่วมให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยเสนอให้ขยายบทบาทของผู้ดูแลจากการดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง ไปสู่การเป็นแกนนำส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในชุมชนตั้งแต่วัยทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะพึ่งพิงในอนาคต พร้อมชี้ให้เห็นประเด็นที่มีศักยภาพต่อการพัฒนางานวิจัยและนโยบาย อาทิ การประเมินผลลัพธ์เชิงเศรษฐศาสตร์สุขภาพของระบบผู้ดูแลในชุมชน การพัฒนามาตรฐานระบบขนส่งเพื่อการดูแล และการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในระดับพื้นที่

สำหรับ มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP Foundation) การเรียนรู้จากพื้นที่เช่นนี้คือกระบวนการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากการปฏิบัติจริงเข้ากับงานวิจัย เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน และสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับสังคมสูงวัยของประเทศไทย

As Thailand Ages, Communities Show the Way
As Thailand moves towards a fully aged society, communities are developing locally driven, people-centred approaches to support older people in living healthier, more independent, and more dignified lives. From 8 to 10 June 2026, Dr. Suwit Wibulpolprasert, Vice Chairman of the IHPP Foundation, together with the IHPP Foundation team, joined a field visit to Chiang Rai, Phayao, and Lampang, hosted by the School of Hospital Management Innovation, Chulabhorn Royal Academy, with partners across government, healthcare, academia, civil society, the private sector, and community enterprises.

Collaboration at the Heart of Healthy Ageing
A clear lesson emerged: effective long-term care cannot be built through health services alone. It depends on partnerships among local authorities, health providers, academic institutions, civil society, the private sector, and communities, working together to design care that fits each local context.

Innovation that Begins with the Community
Many of the most promising innovations began not with large budgets, but with communities recognising shared problems and mobilising their own resources and volunteers, later growing into more sustainable models. New service designs and digital tools were helping connect care from facilities to homes, ease the barriers older people face in reaching health services, and create opportunities for older people to remain socially active and valued, in line with the concept of Active Ageing. The visit also underscored that quality care must address not only physical health and safety, but also the emotional and social dimensions of ageing.

From Field Lessons to Research and Policy
Drawing on these observations, the IHPP Foundation team, led by Dr. Suwit Wibulpolprasert, recommended broadening the role of caregivers from providing dependency care to supporting health promotion and disease prevention throughout adulthood. The team also highlighted priorities for future research, including the health and economic impacts of community caregiving, standards for care related transport, and models of collaborative local governance.
Direct engagement with communities remains central to the IHPP Foundation’s approach to evidence informed policymaking. By translating practical experience into research and policy recommendations, the Foundation continues to support the development of people centred and sustainable health systems that are better prepared for Thailand’s demographic transition.